ข่าวหนัง, Drama

Doubting Thomas: ศรัทธาแห่งรักจากหัวใจ

ทอม (วิลล์ แม็คแฟดเดน) และเจน (ซาราห์ บัตเลอร์) มีความรักที่สุกงอม ทั้งคู่กำลังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีความพร้อมเต็มที่ที่จะมีบุตรด้วยกัน จนเจนได้ตั้งครรภ์ขึ้นมา ชีวิตของพวกเขาที่เหมือนกำลังจะสมบูรณ์แบบ กลับต้องสะดุดเมื่อถึงวันที่เจนคลอด เขาทั้งสองได้ลูกผู้ชาย แต่… ลูกชายเป็นเด็กผิวสี ไม่มีใครสามารถหาคำตอบเกี่ยวกับบุตรของพวกเขาได้ แม้แต่ตัวของทอมและเจนเอง

ทารกผิวดำไม่เคยเกิดจากพ่อแม่ผิวขาว ยกเว้นเด็กคนนี้!! เจนสาบานต่อทอมว่า เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เป็นพ่อของเด็กคนนี้ ทอมยืนยันว่าเขาเชื่อคำพูดของเธอ ทั้งคู่รักใคร่และไว้เนื้อเชื่อใจกันมาตลอด พวกเขาจึงเลือกที่จะยอมรับความจริงที่ไม่มีคำอธิบาย เนื่องจากความรับผิดชอบที่จะต้องเลี้ยงดูทารกที่เกิดใหม่ สำคัญยิ่งกว่า

เด็กน้อยเติบโตขึ้นพร้อมความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ห่างเหินของเจนและทอม ท่ามกลางความสงสัย ความเข้าใจผิด ความคาดหวัง และความกลัวของทอมเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ทั้งคู่เริ่มกลัวมากขึ้นที่จะพูดคุยกันเรื่องนี้ ชีวิตคู่ของชายหญิงที่เคยโด่งดังในฐานะคู่แต่งงานที่โลกอิจฉา ต้องพบกับความท้าทายในรูปแบบที่ไม่มีอะไรเทียบได้เสียแล้ว

ความศรัทธาในรักจะสามารถเยียวยาทุกสิ่งได้จริงไหม? ความเชื่อใจที่แข็งแรงจะต้านทานสิ่งที่กระทบใจได้หรือเปล่า ชีวิตคู่ที่ว่ายากในการรักษาให้ตลอดรอดฝั่ง จะยากขึ้นแค่ไหนเมื่อเกิดเรื่องราวที่ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ เขาและเธอจะพาคุณไปพิสูจน์ว่า ความศรัทธาในรักจะช่วยพวกเขาแก้ปัญหา หรือทางออกของปัญหาคือการแยกทาง 21 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

Movie Reviews รีวิวหนัง Moviemo
Drama

รีวิวหนัง: Doubting Thomas Movie

บทคือดีงามพระรามแปดมาก ประเด็นมาครบทั้งเรื่องปัญหาครอบครัว สีผิว ความสัมพันธ์ ความเชื่่อเนื้อเชื่อใจกัน และอื่น ๆ เรียกได้เลยว่าเจาะลึกจริงจังพร้อมทะลวงแหลกลานทุกภาคส่วน แต่… มันดันมาตกม้าตายด้านการ “กำกับ” นี่แหละ ทุกครั้งที่มีฉากอารมณ์หนัก ๆ ฉากนั้นจะอุดมไปด้วย “การปรุงแต่ง” มันรู้สึกจัดฉากไปหมดจนไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย มิหนำซ้ำยังกลายเป็นหงุดหงิดใส่แทนเสียอย่างนั้น การถ่ายทำก็เหมือนมือสมัครเล่น วางเฟรมแปลก ๆ ประดุจงานรีบทำส่งอาจารย์ เกรดสีก็ซีด ๆ นักแสดงไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่เพราะพังไปกับวิสัยทัศน์เล่าเรื่องด้วย เวลาแต่ละคนปะทุนี่เหมือนเล่นไม่ถูก ผิดที่ผิดทางไปหมดถึงมันจะไม่มีโมเมนต์แบบหลุดจากตัวละครก็เถอะ ไม่ต่างกับฆ่าตัวตายหมู่ในเรื่องเลยด้วยซ้ำ ทว่าทั้งหมดทั้งมวลก็ได้บทพยุงไว้แทบตลอดเวลาเพราะอุดมไปด้วยอะไรให้วิเคราะห์มากมายกับความครอบคลุมของเนื้อหา ที่น่าประหลาดใจกว่าคือการเก็บครบทุกเม็ดในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 20 นาที หนังดราม่าประเภทนี้มักมาด้วยเวลา 2 ชั่วโมง และใช่ว่าจะมีหัวข้ออะไรให้เล่นเยอะอย่างเรื่องนี้ + ไปสุดอย่างเรื่องนี้ด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าถ้าชอบบทแซ่บ ๆ การันตีได้ว่าตอบโจทย์แน่นอน หากจะเอาแบบเลิศทุกอย่างคงมีไม่สบอารมณ์กันบ้างกับความไม่มืออาชีพในการสร้างงาน น่าเสียดายอยู่เหมือนกันเพราะวัตถุดิบมันเกรดสูงมาก