อลังการด้วย CGI ที่ละเอียดเนียนล้ำเสมือนนั่งดูสัตว์จริง ๆ อยู่ตรงหน้า ยิ่งช็อตโคลสอัพพร้อมฉากสว่าง ๆ คือรายละเอียดดีงามสุด ๆ ส่วนนอกนั้นก็แทบไม่มีอะไรอีกแล้วนอกจาก “เพลง” กับ “เสน่ห์ตัวละคร” บางตัวที่เป็นสายแบ๊วกับฮาเท่านั้น หนังยาวกว่าต้นฉบับตั้งครึ่งชั่วโมง ทว่าเนื้อหาตื้นเขินจนชวนฉงนไม่น้อย ตัวร้ายแบนเป็นหน้ากลองเพราะการกำกับเน้นน้ำหนักเอียงไปเรื่องโชว์ทิวทัศน์กับเทตัวเอกแทบเต็มร้อย แต่ถึงเทให้ก็ใช่ว่าจะดีไปเสียหมด การเติบโตตัวละครกับความสัมพันธ์ก็แลดูรีบ ๆ ให้ไปถึงเป้าหมายจนขาดสายใยไป ไม้อินกับความสัมพันธ์ของพวกเขาในช่วงหลัง ๆ เลย ตอนเปลี่ยนอารมณ์ช่วงนึงก็แบบว่าเปลี่ยนได้ขัดขากับฉากก่อนหน้านี้มากจนสะดุด ขาดความลื่นไหลประดุจรีบ เป็นการรอคอยยี่สิบห้าปีสำหรับฉบับสุดทึ่งด้วยเทคโนโลยี ทว่าอุดมไปด้วยความ “ตามสูตร” จนไร้สิ่งแปลกใหม่ แทบจะเดาได้หมดว่าจะมาไม้ไหน มิหนำซ้ำยังกลายเป็น “ตกยุค” ไปเสียอย่างนั้น การกระทำอะไรบางอย่างของตัวละครมันไม่เวิร์คแล้วสำหรับสมัยนี้ ทุกสิ่งอย่างพอรวมกันเลยไม่ต่างกับหนังตามสูตรสำเร็จซึ่งแทบไปไม่รอดหากไม่ได้ตัวละครบางตัวกับเพลงช่วยแบกไว้ได้บ้าง ยอมรับว่ามีอินตั้งแต่เพลงเปิดเรื่องระดับน้ำตาจะไหล ประเด็นคือหลังจากนั้นก็ดิ่งไปเลย
สำหรับการรับชมในระบบ IMAX 3D นั้นเต็มตาครับถึงจะฉายได้สุดแค่สัดส่วนภาพ 1.90 : 1 เพราะเป็นแค่เครื่องดิจิตอล ถ้าเป็นเลเซอร์จะขยายได้เต็มจอ IMAX พารากอนด้วยสัดส่วน 1.43 : 1 ในบางฉาก ช็อตเน้นทิวทัศน์ + ธรรมชาติกับโคลสอัพนี่ฟินกับงานภาพจริงจัง 3D เองก็น่าพอใจแม้จะไม่พุ่งอะไรเบอร์นั้น มีทะลุแบบรู้งานบางช่วง ลอยออกมาสวย ๆ ก็มี ด้านดีที่สุดคือการแยกชั้นของภาพซึ่งเห็นการแบ่งเลเยอร์ชัดเจนในช่วงฉากกลางวัน ภาพลึกใช้ได้เลย ส่วนเสียงโดดเด่นทางด้านทิศทางมากกว่าด้านกระหึ่ม มีเบสหนักอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับสั่นสะท้านอะไรเบอร์นั้น ถือว่าคุ้มอยู่ครับหากอยากสัมผัส CGI ระดับขีดสุดบนจอยักษ์ที่เพิ่มความอลังการไปอีกขั้น
ตัวอย่างภาพยนตร์

