การกลับมาครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตของโลก “นักฆ่า” เข้าไปอีกขั้น กล่าวได้ว่าเต็มเปี่ยมด้วยความทะเยอะทะยานและจินตนาการในการนิมิตสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเราไม่ได้เห็นในหนังแอคชั่นเรื่องอื่น ๆ แต่มันกลับกลายเป็นว่า “ล้น” ไปเสียอย่างนั้น อะไรบางอย่างดูพยายามเกินจนความเมคเซนส์ไม่มี ประดุจเอาให้โดดเด่นกว่าคนอื่นไว้ก่อน แต่มันไม่เวิร์คพอมาคิดจริงจัง ภาคแรกกับภาคสองยังมีความสมดุลมากกว่าในเรื่องเซ็ตติ้ง สิ่งที่พยุงหนังไว้ตลอดนั้นหนีไม่พ้นเนื้อหาส่วนต่าง ๆ ที่เอาไปขยายต่อได้อีกในอนาคตเหมือนภาคก่อน หลายอย่างมีความน่าสนใจมากทีเดียว รวมไปถึงการกำกับเปี่ยมสไตล์ด้านงานภาพกับคิวบู๊ตามเดิมแม้มันจะเริ่มจำเจไปแล้วบ้างก็ตาม ความ “ว้าว” มันเริ่มหายไปอย่างชัดเจนเหมือนหาอะไรใหม่ ๆ มาใส่แทบไม่ได้แล้ว และยังคงเหยียบย่ำอยู่ที่เดิมสำหรับการเอาอาวุธระยะประชิดไปสู้กับพี่วิคทั้ง ๆ ที่ในโลกแห่งความเป็นจริงเขายิงเฮียในระยะไกล ๆ แล้ว มิหนำซ้ำยังมีเอาปืนไปยิงใกล้ ๆ อีก บันเทิงบนจอนะ แต่หงุดหงิดอยู่ข้างในแทนเพราะตามหลักแล้วไม่มีทางเป็นแบบนี้หรอก ค่าหัวตั้ง 14 ล้านเหรียญ แต่คนล่าค่าหัวเหมือนอยากโดนฆ่าทิ้งมากกว่าจะเอารางวัล ไม่นับช่วงที่มัน “จำเป็น” ต้องสู้กันระยะเผาขน ส่วนเรื่องเกลี่ยบทตัวละครอยู่ในระดับน่าพอใจครับ มีเยอะ ทว่าทุกคนน่าจดจำ เอกลักษณ์อะไรนี่ชัดเจน หากให้พูดรวม ๆ ก็ยังยืนยันได้ว่าเอนเตอร์เทนคนดูได้ในระดับที่ดี ตัวบทกับการกำกับยังคงครีเอตตามที่กล่าวไว้ หากคุณดูภาคนี้เป็นภาคแรก คุณจะทึ่ง หากคุณผ่านภาคก่อน ๆ มาแล้วคงไม่ถึงกับอะไรเบอร์นั้นแล้วล่ะครับ
ตัวอย่างภาพยนตร์
