Movie Reviews รีวิวหนัง Moviemo
รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: Captain Marvel 2019

เรื่องราวของ Carol Danvers นักรบชาวครีที่มีพลังมหาศาล ที่ได้ค้นพบว่าตัวเองนั้นเคยอยู่บนโลกมาก่อน…

ภาพโดยรวมของหนัง ถือว่าเยี่ยม ตามสไตล์ของหนังมาร์เวลทั่วไป การดำเนินเรื่องถือว่าดำเนินเรื่องได้เร็วไปนิดนึง อาจจะเพราะว่าต้องการอธิบายความเป็นมาของ Captain Marvel หรือ Carol Denvers ให้รวบรัดที่สุด การยิงมุขถ้าเทียบกับหนังมาร์เวลอื่นๆนับว่าน้อย เรียงไทม์ไลน์ได้ดี และฉากระเบิดพลังของ Captain Marvel บอกเลยว่าว้าวมากๆ เท่โคตรๆ ถ้ามองเป็นหนังเดี่ยวของ Captain Marvel ถือว่าดีใช้ได้ ไม่ผิดหวังแน่นอน

Movie Reviews รีวิวหนัง Moviemo
รีวิวหนัง, Horror

รีวิวหนัง: Happy Death Day 2 U

Intro : แนะนำใครที่ยังไม่เคยดูภาคแรก ต้องไปดูก่อนครับ เพราะถ้าไม่ดูภาคนี้แล้วไปดูภาค 2 มันจะทำให้หนังไม่สนุกเอา อยากจะบอกจากใจว่าหนังกับโปสเตอร์แม้งคนละอย่างเลย หนังแม้งเป็นหนังตลก เฮฮา แต่โปสเตอร์หนังนึกว่าหนังฆาตกรโรคจิตฆ่าเลือดสาด โด้วว

📽️Story : เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึงที่ถูกการทดรองวิทยาศาสตร์ที่ผิดพลาดทำให้เธอต้องวงเวียนใช้ชีวิตอยุ่ในวันเดิมๆไปจนกว่าเธอจะหาคำตอบของความจริงได้
เอะ ! นี้มันหนังวิทยาศาสตร์ ชัดๆเลยนิหว้าาา

📟ความสมเหตุสมผล : หนังทำให้รู้และเข้าใจ มีเหตุมีผลทั้งหมด ดูไปก็เพลินดี แต่บางคนก็อาจจะผิดหวังหน่อยเพราะหนังไม่มีฉากเลือดสาดให้เห็นเลย มันกลายเป็นหนังวิทยาศาสตร์ เฮฮาบ้าบอมากกว่า ยิ้งถ้าดูภาคแรกมาก่อนจะทำให้หนังสนุกขึ้นอีกเยอะ

💽ความผิดหวัง : ยังที่บอกผมพลาดเองที่ไม่ได้ไปดูภาคแรกมาก่อน เลยไปดูแบบงงๆทั้งเรื่องๆ แต่มันก็ไม่ได้แย่ เพราะมันก็สนุกเอาเรื่องเหมื่อนกัน แต่พอมาหาภาคแรกดูเท่านั้นละ แม้งสนุกชิปหาย แต่ผิดหวังตรงที่ผมคาดหวังไว้เยอะว่ามันจะหน้ากลัว เลือดสาด สาดิสไรแบบนี้อะ

Movie Reviews รีวิวหนัง Moviemo
รีวิวหนัง, Romantic

รีวิวหนัง: Bernie The Dolphin

เป็นหนังที่เล่นท่าง่ายไปหมดจนแทบไม่เหลืออะไรจะให้ชมเลยด้วยซ้ำนอกจากงานภาพที่ค่อนข้างดีกับความน่ารักของโลมาแม้มันจะเหลวแหลกไปซะ 90%+ บทก็คว้าน้ำเหลว เป็นหนังรักโลกที่บทคือแย่มาก กำกับก็ไม่รอด นักแสดงก็ไม่ต่างกับมารวมกันฆ่าตัวตายในเรื่อง และแอ็คติ้งยังมีปัญหาอีก ตัวละครก็อะไรก็ไม่รู้อีก ยิ่งน้องผู้หญิงดันมาได้บทอะไรแบบนี้เข้าไปนี่ไม่ต่างอะไรกับทำร้ายตัวเองบนจอ ยิ่งเจอความเด็กน้อยที่อะไรก็ง่ายเหลือเกินเข้าไปอีกคือจบแล้วจริง ๆ ความตื่นเต้นไม่มีเลย ที่เจอบนจอนี่กลายเป็นเหมือนงานมือสมัครเล่นทำที่อะไรก็สดใสแบบไม่เมคเซนส์ในโลกความเป็นจริงไปหมด เข้าใจแหละว่าเป้าหมายคนดูของคุณคือเด็ก แต่มันไม่เวิร์คเลยไง เหมือนมาดูโฆษณาอนุรักษ์โลมากับธรรมชาติอะไรสักอย่างที่รีบ ๆ ทำให้มันเสร็จ ๆ ไปแบบไม่แคร์เวิลด์ จังหวะเล่ามันได้อยู่นะ แต่ถ้ามองโดยรวมแล้วดูไปหงุดหงิดไปตลอดเวลาถึงจะมีเซนส์ด้านเอนเตอร์เทนคนดูด้วยเทคนิคนู่นนี่นั่นก็เถอะ เฟลระดับแรงมากถึงมากที่สุดปิดท้ายเดือนกุมภาพันธ์….

Animation

POKÉMON Detective Pikachu: อลม่านไปกับตัวอย่างใหม่พร้อมโปสเตอร์ล่าสุด

อลม่านไปกับตัวอย่างใหม่พร้อมโปสเตอร์ล่าสุด “POKÉMON Detective Pikachu” 
อะไรมันจะสับสนวุ่นวายขนาดนี้ 9 พฤษภาคม นี้ในโรงภาพยนตร์

ถือเป็นการส่งสัญญาณให้เตรียมตัวต้อนรับเหล่า พ็อกเก็ต มอนสเตอร์ ผู้โด่งดัง บนจอยักษ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อล่าสุด “POKÉMON Detective Pikachu โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู” ภาพยนตร์ไลฟ์-แอ็คชั่น ที่จะพาแฟน ๆ ทั่วโลกไปผจญภัยในโลกของโปเกมอนโฉมใหม่ ได้ปล่อยโปสเตอร์และตัวอย่างล่าสุดที่ส่งมาให้ได้ชมกันทั้งซับไทยและเสียงไทยออกมาให้ชมกันแล้ว ไปดูกันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะสับสนวุ่นวายขนาดไหน

POKÉMON Detective Pikachu – Trailer F4 (ซับไทย)

หรือ
https://www.facebook.com/PikachuMovieThailand/videos/2312938472333574/

POKÉMON Detective Pikachu – Trailer F4 (เสียงไทย)

หรือ
https://www.facebook.com/PikachuMovieThailand/videos/247958176152306/

เรื่องราวการผจญภัยครั้งนี้ เริ่มต้นเมื่อนักสืบมือฉมัง แฮร์รี่ กู้ดแมน (พอล คิทสัน) หายตัวไปอย่างลึกลับ เป็นเหตุให้ ทิม กู้ดแมน (จัสดิซ สมิธ) ลูกชายวัย 21 ปีของเขาต้องตามหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ด้วยการผนึกกำลังกับอดีตโปเกม่อนคู่ซี้ของพ่อ “พิคาชู” โปเกม่อนยอดนักสืบฝีมือฉกาจ ที่แม้จะมีหน้าตาน่ารักน่าชัง และพกความฉลาดเฉลียวมาเต็มร้อย แต่กลับมีมุมบ๊อง ๆ ตลก ๆ ชวนฉงนอยู่เพียบ! แต่เมื่อทิมและพิคาชูเริ่มปรับตัวเข้าหากันได้ ทั้งสองกลับกลายเป็นคู่หูคู่ซี้ที่พร้อมลุยทุกภารกิจอันน่าตื่นเต้น เพื่อคลี่คลายปริศนาแสนลึกลับซับซ้อน ภายใต้แสงไฟนีออนบนถนนของ ไรม์ ซิตี้ เมืองใหญ่สุดทันสมัยที่โปเกมอนและมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสันติ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าโปเกม่อนมากหน้าหลายตา ก่อนค้นพบความลับชวนตกตะลึง ที่อาจทำลายความสงบสุขทั้งหมดบนโลก และพลิกโชคชะตาของจักรวาลโปเกม่อนไปตลอดกาล

POKÉMON Detective Pikachu โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู” จากผลงานการกำกับของ ร็อบ เล็ตเตอร์แมน (Goosebumps, Monster Vs. Aliens) ร่วมกับทีมผู้สร้างอาทิ จอห์น แมทธีสัน (The Phantom of the Opera, Gladiator), ไนเจล เฟลฟส์ (Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Lies) และมาร์ค แซนเกอร์ (Gravity) นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์ส (Deadpool) ผู้รับบท “พิคาชู”, จัสดิซ สมิธ (Jurassic World: Fallen Kingdom) ผู้รับบท “ทิม”, แคธริน นิวตัน (Lady Bird) ผู้รับบทนักข่าวสาว “ลูซี่” และเคน วาตาบาเบ้ (Godzilla) ผู้รับบท “โยชิดะ”

POKÉMON Detective Pikachu โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู”

9 พฤษภาคม นี้ในโรงภาพยนตร์

Movie Reviews รีวิวหนัง Moviemo
รีวิวหนัง, Drama

รีวิวหนัง: Vox Lux

ตัวอย่างภาพยนตร์ – 

เปิดเรื่องอย่างมืดหม่นก่อนจะเข้าสู่โหมดดาร์คแบบจิกกัดตัวเองพร้อมบทพูดอันอุดมไปด้วยอะไรให้คิดตามสารพัดซึ่งสร้างรากฐานให้หนังได้มาก นักแสดงเองก็ทรงพลังสุด ๆ “นาตาลี พอร์ตแมน” นี่ระดับ “หลบหน่อย แม่มาแล้ว” ของแท้ นางเล่นระเบิดแหลกลานเกรี้ยวกราดประดุจภูเขาไฟ อย่างไรก็ตาม ชื่นชอบเทคนิคการเล่าเรื่องกึ่งหนังสารคดีที่ใช้เสียงของ “วิลเลม เดโฟ” บรรยายในแต่ละช่วง การถ่ายทำเองก็มีออกไปทางนั้นเช่นกัน ความรู้สึกระหว่างชมจึงค่อนข้างแปลกใหม่เลยทีเดียว การใช้ดนตรีหลอกหลอนบีบคนดูเองก็แสบเอาเรื่องอีก งานภาพก็จัดว่าสวย แม้จะมีเล่นเทคนิคแพรวพราวเยอะจนชวนรำคาญไปบ้างก็เถอะ แต่ท้ายที่สุดแล้วงานนี้กลับไม่ได้ลงเอยอย่างทรงเกียรติเหมือนองก์สุดท้ายของหนัง ว่ากันตามตรงแล้วอย่างการเกลี่ยบทนี่ก็ค่อนข้างมีปัญหา เหมือนรีบ ๆ เกลี่ยให้บางคนมีบทบาทบ้างหน่อย ๆ แล้วผลที่ตามมากลับกลายเป็นความสับสนแทน รวมไปถึงการนำเสนอแก่นหลักซึ่งบท 1 กับ 2 นั้นมีน้ำมีเนื้ออยู่เยอะนะ แต่พอเจอบทปิดเข้าไปนี่พลิกไปไหนไม่รู้แล้ว พลิกจนตามไม่ได้ คิดไม่ทัน ทว่ายังพอเห็น “นัยยะ” อะไรบางอย่างไม่ว่าจะมีบทพูดหรือไม่มีก็เถอะ ไป ๆ มา ๆ มันเป็นหนังที่มีนักแสดงกับบทพูดนี่แหละที่ช่วยพยุงไว้อย่างสุดแล้ว เรื่องการไม่เล่นเพลย์เซฟตามสูตรนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของพลังในเรื่องอยู่เหมือนกันนะ พิจารณาโดยรวมแล้วดันกลายเป็นงานดูยากเพราะบทปิดอันชวนเหวอ + เอ๋อไปพร้อม ๆ กันแม้จะได้ช่วงก่อนหน้านี้ช่วยไว้เยอะ ส่วนใครอยากเจองานโชว์พาวนักแสดงเด็ด ๆ นี่ขอแนะนำ ใครต้องการอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องคิดเยอะอาจเป๋ไปกับเรื่องนี้ได้ ต้องลองตัดสินใจกันดู… ส่วนเพลงนี่เฉย ๆ นะ ไม่ชวนว้าวอะไรยกเว้น “Wrapped Up” เพลงเดียว ไม่สมราคาที่ได้ Sia มาเลย…

Action

X-Men: Dark Phoenix: “เมื่อฟีนิกซ์ผงาด เหล่า x-เม็น จะล่มสลาย”

“เมื่อฟีนิกซ์ผงาด เหล่า x-เม็น จะล่มสลาย”

20th Century Fox ปล่อยตัวอย่างแรก พร้อมโปสเตอร์ไทย “X-Men: Dark Phoenix

สิ้นสุดการรอคอยของเหล่าสาวกเอ็กซ์-เม็น เมื่อ เวนตี้ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ ได้ปล่อยตัวอย่างแรกสุดยิ่งใหญ่ “X-Men: Dark Phoenix” ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า “x-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์” ออกมาให้ชมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับการฟื้นคืนชีพของนกฟีนิกซ์ นกไฟอมตะที่มีพลังไฟร้อนแรงเหนือคณานับ

X-Men: Dark Phoenix – Trailer F7 (ซับไทย)

“เมื่อฟีนิกซ์ผงาด เหล่า x-เม็น จะล่มสลาย” และนี่คือคำโปรยบนโปสเตอร์ไทยเวอร์ชั่นล่าสุดที่ปล่อยออกมาให้ยลโฉมกัน แต่ทว่า โปสเตอร์ที่ปล่อยออกมานี้ก็ได้สร้างปริศนาให้แฟน ๆ อีกจนได้ เพราะจะได้เห็น จีน เกรย์/ฟีนิกซ์ ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางตัวละครอื่น ๆ อาทิ ชาร์ลส์ ซาเวียร์/โปรเฟสเซอร์ เอ็กซ์ รับบทโดย เจมส์ แม็คอะวอย, อีริค เลนเชอร์/แม็กนีโต้ รับบทโดย ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, เคิร์ท แวกเนอร์/ไนท์คลอเลอร์ รับบทโดย โคดี้ สมิท-แมคฟี, สก๊อตต์ ซัมเมอร์/ไซคลอป รับบทโดย ไท เชอริแดน, เรเว็น ดาร์คโฮล์ม/มิสทีค ที่รับบทโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, แฮงค์ แม็คคอย/บีสต์ รับบทโดย นิโคลัส ฮอลท์ รวมถึง ปิเอโตร แมกซิมอฟ/ควิกซิลเวอร์ ที่รับบทโดย อีแวน ปีเตอร์ส อีกด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ตำแหน่งของตัวละครทั้งหมดนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายดี-ฝ่ายร้าย โดยมี จีน เกรย์ เป็นจุดศูนย์กลางของสัญลักษณ์ X จากทีม X-Men แถมโทนสีของทั้งสองฝั่งยังแตกต่างกันอีกด้วย โดยฝั่งซ้ายจะสว่างมากกว่าฝั่งขวาที่ถูกออกแบบให้เป็นโทนดาร์ก ราวกับสื่อถึงเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่ว่า สุดท้ายแล้ว จีน เกรย์ เธอจะควบคุมพลังฟีนิกซ์ของตัวเองได้หรือเปล่า และสุดท้ายเธอจะเลือกอยู่ฝ่ายไหนกันแน่?

X-Men: Dark Phoenix” เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ ไซมอน คินเบิร์ก เรื่องราวเกิดขึ้นมื่อ จีน เกรย์ เริ่มที่จะพัฒนาศักยภาพอันเหลือเชื่อของเธอ ซึ่งนั่นมันได้นำไปสู่หนทางอันเลวร้าย แล้วมันก็ทำให้เธอกลายเป็นดาร์กฟีนิกซ์ ตอนนี้เหล่าเอ็กซ์-เมนจึงจำเป็นต้องตัดสินใจว่าชีวิตของสมาชิกในทีมมันจะมีค่ามากกว่าชีวิตของคนทั้งโลกหรือไม่

X-Men: Dark Phoenix – x-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์” 6 มิถุนายน พบกันในโรงภาพยนตร์

Fantasy

The Kid Who Would Be King: 2019 นี้ เรื่องในตำนาน จะกลายเป็นเรื่องจริง

2019 นี้ เรื่องในตำนาน จะกลายเป็นเรื่องจริง

“The Kid Who Would Be King หนุ่มน้อยสู่จอมราชันย์”

“2019 นี้ เรื่องในตำนาน จะกลายเป็นเรื่องจริง” กับเรื่องราวของ อเล็กซ์ (แอชบอร์น เซอร์กิส) เด็กชายที่คิดว่าตัวเองก็เป็นแค่คนไร้ตัวตนคนหนึ่ง จนกระทั่งบังเอิญไปเจอกับเอ็กซ์คาลิเบอร์ ดาบในตำนานที่ปักอยู่ในหินเข้า คราวนี้เขาเลยต้องรวบรวมทั้งผองเพื่อนและศัตรูเพื่อสร้างกลุ่มอัศวินร่วมกับพ่อมดเมอร์ลินในตำนาน (สจ๊วต) เพื่อเอาชนะแม่มดร้ายมอร์กาน่า (เฟอร์กูสัน) ให้ได้ เมื่อมีอนาคตเป็นเดิมพัน อเล็กซ์จะต้องกลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ อย่างที่เขาไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะเป็นได้มาก่อน

เตรียมพบกับเรื่องราวสุดมหัศจรรย์นี้ได้ใน “The Kid Who Would Be King – หนุ่มน้อยสู่จอมราชันย์” ผลงานการกำกับและเขียนบทโดย โจ คอร์นิช พร้อมด้วยเหล่านักแสดงที่มาร่วมผจญภัยกันอีกคับคั่ง อาทิ ลูอิส แอชบอร์น เซอร์กิส, ดีน โคมู, ทอม เทย์เลอร์, ริฮานน่า ดอริส, แองกัส อิมรี่, แพทริค สจ๊วต และรีเบคกา เฟอร์กูสัน เป็นต้น

The Kid Who Would Be King – Tell The Truth Soft TV Spot (ซับไทย)

“The Kid Who Would Be King – หนุ่มน้อยสู่จอมราชันย์”

พร้อมเปล่งพลานุภาพ 21 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

Animation

ใบปิดใหม่ “The Lion King”

ใบปิดใหม่ “The Lion King” พร้อมคลิปตัวอย่างใหม่ความยาว 1 นาทีล่าสุด กำกับโดย “Jon Favreau” จาก “The Jungle Book” 18 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

https://youtu.be/aQN75AKDwks

#TheLionKing #TheLionKingTH

ข่าวหนัง, Drama

“จูเลีย โรเบิร์ต” เผยถึงการถ่ายทำสุดหิน ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ30 องศาในภาพยนตร์ Ben is Back”

การเล่าเรื่องของ “Ben is Back” นั้นเกิดขึ้นในช่วงวันคริสต์มาส เทศกาลที่มีความหมายและความสำคัญกับคนหลายๆ คน แต่ด้วยความที่มันเป็นฤดูหนาว นักแสดงและทีมงานจึงต้องทนกับสภาพอากาศอันเย็นยะเยือกตลอดช่วงการถ่ายทำ “ข้างนอก กลางคืน หน้าหนาว มันเป็นการถ่ายทำที่ยากมากจริงๆ ครับ คืนเหล่านั้นล้วนเป็นค่ำคืนที่ยาวนานและเหน็บหนาวถึงขนาดทำให้คุณแทบจะเสียสติ แล้วเราก็ไม่ได้กำลังถ่ายหนังตลกกันอยู่ เกือบทุกฉากที่เราต้องถ่ายล้วนแต่เป็นฉากอารมณ์ที่จริงจังทั้งนั้นครับ” นอกจากนี้พวกเขาต้องถ่ายทำภาพยนตร์กันในช่วง“บอมบ์ ไซโคลน”ปรากฏการณ์พายุที่ทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ถนนทุกหนแห่งในเมืองนิวยอร์กต้องปิดการสัญจร “มันเป็นการถ่ายทำที่วิบากสุดๆ ครับ เพราะสภาพอากาศที่เหน็บหนาวเย็นยะเยือกแบบนั้น”

ด้านนักแสดงนำอย่าง จูเลีย โรเบิร์ต ผู้อาศัยอยู่ในนิวยอร์กมาตลอด 18 ถึงกับเอ่ยปากว่าเธอไม่เคยพบไม่เคยเห็นสภาพอากาศเช่นนี้มาก่อน “อากาศในช่วงเดือนมกราคมของปีนั้นลงไปถึง ติดลบ 30 องศา เรียกได้ว่าเป็นอีกระดับของความเย็นเลยค่ะ” จูเลีย กล่าว “มันกลายเป็นเหมือนเรื่องตลกร้าย เมื่อสภาพอากาศตอนนั้นเหมือนพวกเราต้องถ่ายทำกันบริเวณวงกลมอาร์กติก มีหลายครั้งเลยที่ฉันพูดกับตัวเองว่า ‘นี่มันหนาวเกินไปแล้วนะ ฉันแสดงต่อไม่ไหวแล้ว’ แต่สุดท้ายฉันก็ต้องกัดฟันแสดงต่อไปค่ะ”

ทั้งๆ ที่ต้องถ่ายทำกันในสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ บรรยากาศรอบข้าง ลูคัส เฮดจส์ และ จูเลีย โรเบิร์ต กลับดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาดใจ “จูเลียเป็นนักแสดงที่สุดยอดเลยครับ” ลูคัส กล่าว “เธอเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับผู้คนรอบข้างอยู่เสมอทั้งในจอและนอกจอ เธอมักจะคอยเป็นห่วงคนอื่น และเธอก็เป็นคนสุภาพมากๆ ผมไม่เคยคาดว่าตัวคนจริงๆ ของนักแสดงที่ได้สร้างชื่อเสี่ยงก้องโลกมานับสิบปีจะเป็นคนสมถะและมีนิสัยน่ารักมากขนาดนี้ เธอดูแลผมตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้ากล้อง ซึ่งดาราใหญ่หลายๆ คนที่ผมรู้จักคงไม่มีทางทำแบบเธอได้เลย”

Ben is Back” บอกเล่าเรื่องราวความรักของแม่ (จูเลีย โรเบิร์ต) ที่มีต่อลูกชายของเธอ (ลูคัส เฮดจส์) เมื่อเขาได้เดินทางกลับมาในช่วงวันคริสต์มาสหลังจากเข้ารับการบำบัดอาการติดยาเสพติด แต่เมื่ออดีตที่เขาเคยปกปิดเอาไว้ได้หวนกลับมาเล่นงานตัวเขาและครอบครัวที่เขารัก แม่คนนี้จึงต้องใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยชีวิตลูกชายของเธอก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ภาพยนตร์กำกับโดย “ปีเตอร์ เฮดจส์” มือเขียนบทผู้เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก About a Boy (อะเบาท์ อะบอย) สู่ผลงานล่าสุดพร้อมคำวิจารณ์ที่ว่า นี่คือหนังที่เจ็บปวดและบีบคั้นหัวใจไม่แพ้ Manchester By The Sea (แมนเชสเตอร์ บาย เดอะ ซี) ในหนังความสัมพันธ์ แม่-ลูก ซึ่งต่างคนอาจจะไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน

เตรียมพบภาพยนตร์แห่งความสัมพันธ์ แม่-ลูก ซึ่งต่างคนอาจจะไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน “Ben is Back จากใจแม่ถึงลูก…เบน” มีกำหนดเข้าฉาย 31 มกราคมนี้ในโรงภาพยนตร์

Action, รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: The Galveston

นักฆ่าที่มีชื่อว่า Roy ที่เขาได้รู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็งปอดและกำลังจะตายในไม่ช้า และต่อมาก็ถูกเจ้านายสั่งให้ไปเก็บเป้าหมายโดยห้ามใช้ปืนเด็ดขาด เขาหารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วนั่นคือแผนการของเจ้านายเพื่อเก็บเขาแทน แต่นอกจากรอยจะหนีออกมาได้แล้ว เขายังช่วยเหลือ Rocky หญิงสาวอายุ 19 ปี ที่ถูกจับไว้ที่นั้น และทั้งคู่เดินทางออกนอกเมืองไปยัง Galveston เพื่อหลบหนีพร้อมกับ Tiffany น้องสาวของ Rocky พวกเขาจะใช้ชีวิตกันอย่างไร? ไปดู!!!

เรื่องนี้ชมการแสดงของ Ben Foster ที่รับบทเป็น Roy ก่อนเลย เพราะเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร และนิสัยที่เปลี่ยน มุมมองที่เปลี่ยน องค์แรกของเรื่องค่อนข้างเอื่อยและงงๆ พอได้เจอกับ Rocky แล้วก็เริ่มเห็นการพัฒนาของตัวละคร หนังพยายามหยอดความสัมพันธ์ ทำให้เราผูกพัน และพอถึงจุดแสดงอารมณ์ก็ทำออกมาได้ดีระดับหนึ่งเลย อย่างที่บอกไว้ มันอบอุ่น และมันมืดหม่น และดาร์คในด้านความรู้สึก และ Elle Fanning น่ารักมาก…. และแสดงออกมาได้ดีเลย โดยรวม องค์แรกของเรื่องอาจจะทำออกมาได้ไม่ค่อยดี แต่ลื่นไหลในตอนกลางจนถึงท้าย