การกลับมาครั้งนี้ของ “เอลซ่า” นั้นเรียกได้เลยว่า “ยิ่งใหญ่กว่า” และขยายเรื่องราวจากภาคแรกไปเยอะพร้อมเนื้อหาที่ผู้ใหญ่ขึ้น ซับซ้อนขึ้น ส่วนเพลงนั้นแน่นอนว่ายังคงโดดเด่น ยังไม่นับการครีเอตฉากร้องเพลงบางจุดที่ “หลุดโลก” ไปแล้ว(ในทางที่ดี) แต่วิสัยทัศน์เหมือนโดนบังคับให้เล่าซอฟต์ ๆ แบบอย่าถลำอะไรให้มันลึกนักเพราะมันอาจจะหม่นเกินไปสำหรับคนดูวัยเด็ก ไม่ก็เป็นการตัดสินใจของผู้กำกับเอง การเปลี่ยนอารมณ์จริงจังกับขำขันมันดูขัดขากันไปมาอยู่เรื่อย ๆ ไม่ต่างกับพยายามให้มันได้ฟีลภาพยนตร์ครอบครัวใส ๆ อย่างภาคแรกไว้ทั้ง ๆ ที่เล่นประเด็นได้ชวนเหวอเอาเรื่องในภาคนี้ และพวกภาคส่วนของการค้นพบอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ได้นำพาให้เราเข้าถึงจริงจัง แทบจะมีแต่ “น้ำ” ก็ว่าได้ อารมณ์อะไรมันเลยไม่สุดสักอย่าง เสียดายของพอสมควร ส่วนที่ดีที่สุดหนีไม่พ้น “ฉากเปิด” ซึ่งเป็นซีนย้อนอดีต มันขับอารมณ์ออกมาเยอะมาก ๆ ชวนอินไม่น้อย ส่วนช่วงคลายปริศนาแล้วมันก็พอได้อยู่ถึงจะไม่ได้รู้สึกอะไรนัก แล้วมันดันพ่วงไปกับตัวละครด้วย ตัวละครใหม่ ๆ นี่ประดุจโดนเอามาฆ่าทิ้ง หยอดอะไรไว้นิดหน่อยแล้วเสริมไปอีกนิดพอ ไม่มีอะไรนัก ดีอย่างตรงยังทำให้เราจดจำตัวละครได้ ส่วนตัวเก่า ๆ นั้นมีบารมีแบกไว้อยู่แล้ว หมดห่วง ว่ากันตามตรงแล้วเหมือนหนังแอนิเมชั่นขายเพลงเสียมากกว่า ด้านนี้นี่ยิงรัว ๆ แทบไม่ต้องพัก ถ้าถามว่าดีไหม มันดีแหละ มันจะติดแค่เรื่องการสับเปลี่ยนอารมณ์ซึ่งมันมีปัญหาแต่แรกอยู่แล้ว ยังคุมงานได้ไม่ลื่นไหล
สำหรับการรับชมในระบบ IMAX 3D นั้นพอได้อยู่ครับสำหรับช่วงที่เน้น 3D เสียดายที่เน้นพุ่ง ๆ ลอย ๆ นูน ๆ ออกมาไม่เยอะ มิติแยกชั้นภาพเองก็ไม่ได้แยกขาดเหมือนหลุดเข้าไปในหนัง ค่อนข้างตื้น ส่วนเสียงไม่ค่อยมีอะไรมากยกเว้นเรื่องทิศทางซึ่งบางช่วงทำได้ดีเลย มีกระหึ่มหน่อย ๆ ตอนไคลแมกซ์ พูดง่าย ๆ ก็ได้ภาพที่ใหญ่ยักษ์ขึ้นกับ 3D ที่ยังใช้ไม่คุ้ม ดูแบบปกติก็แทบไม่เสียหายอะไร
รวม ๆ แล้วก็ยังโอเคถึงจะสู้ภาคแรกไม่ได้ ความกลมกล่อมกับความชวนอินมันไม่ได้ขลังอะไรขนาดนั้นแล้ว แต่ดูเพลิน ๆ เอาความน่ารักของตัวละครได้อยู่ รู้สึกเหมือนงานที่เอามาสร้างต่อด้วยบารมีรายได้ของแฟรนไชส์ไม่ต่างกับ “Maleficent“ แล้วทำไม่ถึงบารมีเก่า
