Action, ข่าวหนัง

แค้นลั่นนรก: “เลียม นีสัน” กลับมาล่าทวงแค้น

“เลียม นีสัน” กลับมาล่าทวงแค้น
ใน “แค้นลั่นนรก” (Cold Pursuit)

แม้จะมีข่าวว่านักแสดง “เลียม นีสัน” จะอำลาวงการหนังแอ็คชั่น แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่แสดงในภาพยนตร์ได้หลากหลายบทบาท ทำให้เขากลับมารับบทแอ็คชั่นทวงแค้นเรื่องล่าสุด “แค้นลั่นนรก” (Cold Pursuit) เรียกได้ว่าเป็นการยกระดับบทบาทการแสดงของเขาขึ้นไปอีกระดับ

เลียม นีสัน เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง Schindler’s List (ชินเลอร์ส ลิสต์) เคยรับบทในเจได เป็นตัวร้ายในแบทแมน รวมทั้งให้เสียงเป็นสิงโต โดยรวมแล้วเขามีเครดิตการแสดงมากว่า 126 เรื่อง และเพิ่งจะมาพลิกบทบาทครั้งสำคัญในบท ไบรอัน มิลส์ จากเรื่อง Taken (เทคเค่น) ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อที่ตามปกป้องลูกสาวและล้างแค้นกับคนที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในอันตราย ซึ่งทำให้เขาเป็นที่จดจำในฐานะนักแสดงแอ็คชั่นชั้นแนวหน้าของวงการ และครั้งนี้เขากลับมารับบทแอ็คชั่นอีกครั้งใน “แค้นลั่นนรก” ซึ่งมีเรื่องราวใกล้เคียงกับ Taken อยู่ไม่น้อย โดย เลียม นีสัน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงงานแสดงในครั้งนี้ว่า

“ในเรื่อง แค้นลั่นนรก นับว่าเป็นหนังคลาสสิคแห่งการล้างแค้นเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมสนใจเรื่องนี้มากที่สุดคือเรื่องอารมณ์ขันอันดำมืดในหนัง ในเรื่องผมแสดงเป็น เนลส์ ค็อกซ์แมน ผู้ชายธรรมดา แต่งงาน มีลูกชายวัย21 เขาอาศัยอยู่ท่ามกลางเทือกเขาใหญ่ชานเมืองแห่งสกีรีสอร์ทแห่งเมืองคีโฮ งานประจำคือการขับรถกวาดหิมะเพื่อเปิดทางให้ผู้คนในเมืองให้สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้ ในบทอธิบายตัวเขาว่าเป็นผู้เปิดอารยธรรมให้เข้ามา นั่นคือชีวิตของเขา แล้วเขาก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นพลเมืองดีเด่นแห่งปี กระทั่งเกิดจุดพลิกชีวิตเมื่อลูกชายของเขาตายด้วยเงื้อมมือของพ่อค้ายาเสพติด และสูญเสียภรรยาไปในคราวเดียวกัน สิ่งเดียวที่เขาคิดออกคือต้องชำระความแค้นอย่างสาสมภายใต้หน้ากากพลเมืองดีเด่น”

ภาพยนตร์ “แค้นลั่นนรก” (Cold Pursuit) ถ่ายทอดความมันโดยผู้กำกับ ฮานส์ เพทเทอร์ โมแลนด์ คุมงานสร้างโดย ไมเคิล แชมเบิร์ก (Pulp Fiction, Django Uchain) และเขียนบทโดย แฟรงค์ บอลด์วิน ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือมาประชันบทอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน อาทิ ทอม เบทแมน, ทอม แจ็คสัน และ เอ็มมี รอสซัม (The Phantom of the Opera, The Day After Tomorrow)

ร่วมเด็ดหนี้บัญชีแค้นไปกับ เลียม นีสัน ใน “แค้นลั่นนรก” (Cold Pursuit) 14 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

Action, ข่าวหนัง

Captive State: เรามาทวงโลกคืน! กลุ่มฟีนิกซ์ นำมนุษย์ทั้งโลกโค่นกองทัพเอเลี่ยน

ในตัวอย่างใหม่ “Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก”

กระแสแรงตั้งแต่ตัวอย่างแรกกับภาพยนตร์ไซไฟ-ระทึกขวัญ สุดเข้มข้น ไอเดียล้ำ “Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก” ที่ยอดเข้าชมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในยูทูปและจากการคลอดใบปิดไทยที่มาตอกย้ำว่าถึงเวลาที่เราต้องทวงโลกคืน ล่าสุดกับตัวอย่างที่ 2 ส่งตรงถึงมือคุณ การันตีความมันส์ ลุ้นระทึกกับปฏิบัติการทวงคืนโลก พร้อมเปิดเผยความลับที่มีมานานกว่า 10 ปี รวบรวมความกล้า มาร่วมจุดเปลวเพลิงแห่งสงครามครั้งนี้ไปด้วยกัน รอสัญญาณ เตรียมตัวให้พร้อม! มาลุ้นกันว่าเอเลี่ยนจะได้ปกครองโลกต่อไป หรือ กลุ่มฟีนิกซ์และมวลมนุษยชาติจะปฏิบัติการได้สำเร็จ ใน “Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก”

เมื่อโลกต้องตกอยู่ใต้การปกครองของเหล่าเอเลี่ยนเป็นเวลานานถึง 10 ปี โลกจึงเสมือนไม่ใช่ดวงดาวของมนุษยชาติอีกต่อไป พบการเผชิญหน้าครั้งลุ้นระทึกระหว่าง ผู้ปกครองจากดาวงดวงอื่น และ มนุษยชาติเจ้าของโลกใบนี้ในผลงานไซไฟ-ทริลเลอร์ไอเดียสดใหม่ “Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก” : 21 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

Action, ข่าวหนัง

ยืนยันแล้ว เจมส์ กันน์ กำกับหนัง Suicide Squad เวอร์ชั่นรีบูต

ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เจมส์ กันน์ (James Gunn) จะเข้ามาทำหน้าที่กำกับและเขียนบทให้กับ หนัง Suicide Squad เวอร์ชั่นรีบูตใหม่ให้กับทาง Warner Bros. และทางค่ายก็ได้ประกาศแล้วว่าตัวหนังมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 6 สิงหาคม 2021

The Hollywood Reporter ได้รายงานว่า เจมส์ กันน์ วางแผนที่จะพูดคุยเกี่ยวกับ หนัง Suicide Squad เพื่อกำหนดทิศทางใหม่ให้กับหนัง และจะใช้ตัวละครใหม่รวมทั้งนักแสดงใหม่อีกด้วย ตัวหนังจะให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับหนัง Guardians of the Galaxy ทั้งภาคหนึ่งและสองที่เจ้าตัวเคยกำกับไว้

Action, ข่าวหนัง

เดอะร็อกฉุน!! เขวี้ยงเก้าอี้ใส่เจ้าหน้าที่!! ไม่ร่วมทีม เจสัน สเตแธม ในตัวอย่างหนัง Hobbs & Shaw

ปล่อยตัวอย่างแรกหนังบู๊ระห่ำ Hobbs & Shaw ออกมาให้ได้ดูกันแล้ว หนังที่แยกออกมาจากจักรวาลหนังแฟรนไชส์เร็วแรงทะลุนรก โดยตัวอย่างนี้ได้เปิดเผยเรื่องราวที่สองตัวละครนำอย่าง ฮอปป์ส ที่รับบทโดย ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) และ ชอว์ รับบทโดย เจสัน สเตแธม (Jason Statham) ต้องมาร่วมมือกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากจะทำในภารกิจสุดอันตราย

ทั้งสองจะต้องเผชิญหน้ากับ บริกซ์ตัน ตัวร้ายสุดแกร่งที่ทั้งสองคนยากจะรับมือ รับบทโดย อิดริส เอลบา (Idris Elba) แถมยังได้นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ แวเนสซา เคอร์บี (Vanessa Kirby) ที่ก่อนหน้านี้ได้เห็นผลงานของเธอใน หนัง Mission: Impossible – Fallout (2018) มาร่วมทีมอีกด้วย

Hobbs & Shaw เข้าฉายในสหรัฐฯ 2 สิงหาคม 2019

Action

วิลเลม เดโฟ เผย สนุกกับการรับบทเป็น กรีน ก๊อบลิน ในหนังสไปเดอร์แมน ของผู้กำกับ แซม ไรมี

เชื่อว่าใครที่เห็นหน้าของนักแสดงหนุ่ม วิลเลม เดโฟ (Willem Dafoe) แล้ว หนึ่งในบทบาทที่คนดูนึกถึงก็หนีไม่พ้น นอร์แมน ออสบอร์น หรือ กรีน ก๊อบลิน ในหนังแฟรนไชส์สไปเดอร์แสนของผู้กำกับ แซม ไรมี (Sam Raimi)

ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้มีโอกาสพูดถึงบทบาทนี้ที่ผ่านมานานหลายปีผ่านทาง GQ โดยช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ เขาได้บอกว่าบอกว่าเขาสนุกสนานกับการที่ได้เล่นบทตัวร้ายในหนังสไปเดอร์แมน

ผมรักที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสไปเดอร์แมนในสองบทบาทด้วยกัน ทุกคนคิดถึงบทบาทการเป็น กรีน ก๊อบลิน ซึ่งเป็นเรื่องที่สนุก แต่บทบาทที่น่าสนใจกว่าก็คือการเป็นพ่อ หรือ นอร์แมน ออสบอร์น เพราะคุณสามารถเล่นในฉากหลากหลายฉากที่สลับจากคอเมดีเป็นดรามาจากบทพูดได้

มีอยู่สองสามฉากที่ยังทำให้ผมยังหัวเราะอยู่ เพราะมันมีสองนัยอยู่ในฉากเดียว พวกเขาไป ๆ มา ๆ ระหว่างความหนักอึ้งและความโง่เขลา และสิ่งนั้นแหละที่เติมเต็มหนังเรื่องนี้

ซึ่ง วิลเลม เดโฟ ได้กลับมาแสดงหนังซูเปอร์ฮีโร่อีกครั้งในบทบาทของ วัลโก พี่เลี้ยงที่คอยฝึกสอนการต่อสู้ให้กับ อาร์เธอร์ เคอร์รี ใน หนัง Aquaman ที่ในเวลานี้ทำรายได้มากกว่าหนึ่งพันล้านเหรียญไปแล้ว

Action

X-Men: Dark Phoenix: “เมื่อฟีนิกซ์ผงาด เหล่า x-เม็น จะล่มสลาย”

“เมื่อฟีนิกซ์ผงาด เหล่า x-เม็น จะล่มสลาย”

20th Century Fox ปล่อยตัวอย่างแรก พร้อมโปสเตอร์ไทย “X-Men: Dark Phoenix

สิ้นสุดการรอคอยของเหล่าสาวกเอ็กซ์-เม็น เมื่อ เวนตี้ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ ได้ปล่อยตัวอย่างแรกสุดยิ่งใหญ่ “X-Men: Dark Phoenix” ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า “x-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์” ออกมาให้ชมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับการฟื้นคืนชีพของนกฟีนิกซ์ นกไฟอมตะที่มีพลังไฟร้อนแรงเหนือคณานับ

X-Men: Dark Phoenix – Trailer F7 (ซับไทย)

“เมื่อฟีนิกซ์ผงาด เหล่า x-เม็น จะล่มสลาย” และนี่คือคำโปรยบนโปสเตอร์ไทยเวอร์ชั่นล่าสุดที่ปล่อยออกมาให้ยลโฉมกัน แต่ทว่า โปสเตอร์ที่ปล่อยออกมานี้ก็ได้สร้างปริศนาให้แฟน ๆ อีกจนได้ เพราะจะได้เห็น จีน เกรย์/ฟีนิกซ์ ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางตัวละครอื่น ๆ อาทิ ชาร์ลส์ ซาเวียร์/โปรเฟสเซอร์ เอ็กซ์ รับบทโดย เจมส์ แม็คอะวอย, อีริค เลนเชอร์/แม็กนีโต้ รับบทโดย ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, เคิร์ท แวกเนอร์/ไนท์คลอเลอร์ รับบทโดย โคดี้ สมิท-แมคฟี, สก๊อตต์ ซัมเมอร์/ไซคลอป รับบทโดย ไท เชอริแดน, เรเว็น ดาร์คโฮล์ม/มิสทีค ที่รับบทโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, แฮงค์ แม็คคอย/บีสต์ รับบทโดย นิโคลัส ฮอลท์ รวมถึง ปิเอโตร แมกซิมอฟ/ควิกซิลเวอร์ ที่รับบทโดย อีแวน ปีเตอร์ส อีกด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ตำแหน่งของตัวละครทั้งหมดนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายดี-ฝ่ายร้าย โดยมี จีน เกรย์ เป็นจุดศูนย์กลางของสัญลักษณ์ X จากทีม X-Men แถมโทนสีของทั้งสองฝั่งยังแตกต่างกันอีกด้วย โดยฝั่งซ้ายจะสว่างมากกว่าฝั่งขวาที่ถูกออกแบบให้เป็นโทนดาร์ก ราวกับสื่อถึงเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่ว่า สุดท้ายแล้ว จีน เกรย์ เธอจะควบคุมพลังฟีนิกซ์ของตัวเองได้หรือเปล่า และสุดท้ายเธอจะเลือกอยู่ฝ่ายไหนกันแน่?

X-Men: Dark Phoenix” เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ ไซมอน คินเบิร์ก เรื่องราวเกิดขึ้นมื่อ จีน เกรย์ เริ่มที่จะพัฒนาศักยภาพอันเหลือเชื่อของเธอ ซึ่งนั่นมันได้นำไปสู่หนทางอันเลวร้าย แล้วมันก็ทำให้เธอกลายเป็นดาร์กฟีนิกซ์ ตอนนี้เหล่าเอ็กซ์-เมนจึงจำเป็นต้องตัดสินใจว่าชีวิตของสมาชิกในทีมมันจะมีค่ามากกว่าชีวิตของคนทั้งโลกหรือไม่

X-Men: Dark Phoenix – x-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์” 6 มิถุนายน พบกันในโรงภาพยนตร์

Action, รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: The Galveston

นักฆ่าที่มีชื่อว่า Roy ที่เขาได้รู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็งปอดและกำลังจะตายในไม่ช้า และต่อมาก็ถูกเจ้านายสั่งให้ไปเก็บเป้าหมายโดยห้ามใช้ปืนเด็ดขาด เขาหารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วนั่นคือแผนการของเจ้านายเพื่อเก็บเขาแทน แต่นอกจากรอยจะหนีออกมาได้แล้ว เขายังช่วยเหลือ Rocky หญิงสาวอายุ 19 ปี ที่ถูกจับไว้ที่นั้น และทั้งคู่เดินทางออกนอกเมืองไปยัง Galveston เพื่อหลบหนีพร้อมกับ Tiffany น้องสาวของ Rocky พวกเขาจะใช้ชีวิตกันอย่างไร? ไปดู!!!

เรื่องนี้ชมการแสดงของ Ben Foster ที่รับบทเป็น Roy ก่อนเลย เพราะเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร และนิสัยที่เปลี่ยน มุมมองที่เปลี่ยน องค์แรกของเรื่องค่อนข้างเอื่อยและงงๆ พอได้เจอกับ Rocky แล้วก็เริ่มเห็นการพัฒนาของตัวละคร หนังพยายามหยอดความสัมพันธ์ ทำให้เราผูกพัน และพอถึงจุดแสดงอารมณ์ก็ทำออกมาได้ดีระดับหนึ่งเลย อย่างที่บอกไว้ มันอบอุ่น และมันมืดหม่น และดาร์คในด้านความรู้สึก และ Elle Fanning น่ารักมาก…. และแสดงออกมาได้ดีเลย โดยรวม องค์แรกของเรื่องอาจจะทำออกมาได้ไม่ค่อยดี แต่ลื่นไหลในตอนกลางจนถึงท้าย

Action

รีวิวหนัง: The Umbrella Academy Season 1

เมื่อโลกใบนี้มีเด็กที่มีพรสวรรค์และพลัง Sir Reginald Hargreeves ได้รับเลี้ยงเด็กทั้ง 6 คน และก่อตั้งทีมซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีชื่อว่า The Umbrella Academy เพื่อปราบปรามอาชญากรรมและเหล่าร้าย… 17 ปีต่อมา Sir Reginald Hargreeves ได้เสียชีวิตลง และทุกคนจึงมารวมตัวกันอีกครั้ง และต้องเผชิญกับศาลจากอนาคตที่ในอีก 8 วันโลกจะถึงการกัลปาวสาน มีเพียงเหล่า The Umbrella Academy ที่สามารถหยุดมหันตภัยครั้งนี้ได้!!!

เรื่องนี้คือ Original Netflix ที่ดีอีกเรื่องเลย เป็นซุปเปอร์ฮีโร่สายดาร์ค ที่เล่าออกมาได้สนุก บ้าบอ และตัวละครที่น่าติดตามเอาใจช่วย เพลงประกอบในเรื่องคือดี ตัวร้ายในเรื่องก็ทำออกมาได้อย่างมีมิติ และตัวละครลิงอย่าง Pogo ที่เป็นตัวละคร CG ทำออกมาได้อย่างเหมือนใช้ได้เลย เรื่องนี้มีปมตัวละครค่อนข้างเยอะนะ แต่ก็เล่าออกมาได้ดีเลย ตอนแรกๆของซีชั่นมันจะหน่วงๆนิดหนึ่งเพราะต้องเล่าปูมหลังของแต่ละคน พอถึงตอนท้ายกลับยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้เชียร์ให้ไปดู NETFLIX ONLY เท่านั้น!!!

Action, รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: Alita: Battle Angel ในระบบ IMAX 3D

กำเนิดใหม่ของโลกอนาคตอันชวนตื่นตาด้วยวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์สมราคาทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญพร้อมการตรึงคนดูด้วยตัวละคร “อลิตา” ที่ยอมรับเลยว่าตอนออกมาแค่ฉากแรกก็รู้สึกหลงรักแล้ว แต่ยังบอบช้ำไปพอตัวทั้งในด้านพัฒนาการ + มิติตัวละคร โลกของภาพยนตร์ และความเร่งรีบในการดำเนินเรื่องซึ่งพอติดเครื่องปุ๊บ ตัวหนังก็ไปไวจนเนื้อหากับตัวละครที่ทำไว้อย่างดีในครึ่งแรกหายไปแทบหมดแล้วแทนที่ด้วยฉากแอคชั่นเดือด ๆ แทน ผลพวงจึงกลายเป็นงานเอนเตอร์เทนแบบไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่เสียมากกว่า เสียดายช่วงปูเรื่องซึ่งจริง ๆ ก็พาอินไปแบบหอมปากหอมคอแล้ว พอเปลี่ยนโหมดปรับความเร็วแล้วตัวละครหลาย ๆ ตัวนี่แทบไร้ตัวตนในสายตาไปในทันที แถมมีเยอะอีกต่างหาก วิสัยทัศน์เล่าเรื่องบางช่วงเองก็ยังมีล้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน “ความรัก” ที่หวานผิดยุคผิดสมัยไปซะไกลจนรู้สึกว่าล้น ๆ ในหลาย ๆ ช่วง อย่างไรก็ดี มันก็ตอบโจทย์ทางความบันเทิงในระดับที่แทบไม่บันยะบันยัง ฉาก “มอเตอร์บอล” คือสุดของแท้ แทบไม่ต่างอะไรกับนั่งดูหนังรสซิ่งไล่ล่ากันแบบเอาให้ตายไปข้าง

สำหรับการรับชมในระบบ IMAX 3D นี่เสริมอรรถรสได้ดีทีเดียวเลยครับทั้งเรื่องภาพที่มีสัดส่วนขยาย ฉากเน้นวิวกับฉากบู๊นี่ดีงามด้วยการถ่ายทำ ภาพ 3D ที่มีมิติตื้น-ลึกชัดเจนพร้อมทะลุได้น่าพอใจ ช็อตเน้นโชว์ 3D นี่ทำออกมาสวยมาก เสียงเองก็แรงจนพื้นสะเทือนเป็นช่วง ๆ เรียกได้ว่าคุ้มค่าและใช้ระบบ IMAX 3D ได้อย่างมีประสิทธิภาพระดับเกือบสุดทุกด้าน