เปิดเรื่องมาอย่างสวยงามและเปี่ยมสไตล์ในฉากยุคมืดที่ใช้ภาพขาวดำพร้อมเพิ่มสีเข้าไปซึ่งสื่อสารออกมาได้ตรึงตราตรึงใจ แต่หลังจากนั้นความตรึงตาตรึงใจมันพังลงไปหมดแทบทันทีเมื่อเข้าสู่ยุคปัจจุบัน มิหนำซ้ำอารมณ์ตอนดูก็ไม่ได้ต่างอะไรกับหนังประมาณ 10 – 20 ปีที่แล้ว อะไรที่คุณเคยเห็นในยุคนั้น ภาพยนตร์ฮีโร่จากนรกเรื่องนี้จัดให้เต็มประดุจเป็นไทม์แมชชีนให้เลย ตัว CG เองก็ไปเสริมด้านนี้เข้าไปอีก ถ้าไม่มีงบก็อย่าฝืนทำเลย ปลอมหลายฉากจนอยากก่ายหน้าผาก จะเข้าปี 2020 อยู่แล้วแต่คุณภาพได้แค่นี้มันคืออะไร หนังตัวเองก็หนังใหญ่เสียเปล่า คอสตูมบางส่วนนี่อย่างกับหลุดมาจากอะไรไม่รู้่ซึ่งมันเชยไปแล้ว เห็นแล้วตลกแทน แถมดูราคาถูกไปเสียด้วยซ้ำ จะบอกว่าเสื้อผ้ามาทางนี้เพื่อเสริมความตลกก็พูดได้นะ ประเด็นคือมันไม่เวิร์ค มันเลยกลายเป็นไปเสริมความพังแทน แต่ถ้าถามว่าตัวมุกคำพูดอะไรเนี่ยมันโอเคไหม ตรงนี้มันโอเคเลยแหละ ขำอยู่หลายช่วงถึงบางทีจะแลดูพยายามเกินจนไม่จำก็เถอะ
เข้าเรื่องปัญหาจริง ๆ จัง ๆ หน่อย หนังมันล้นไปหมดระดับ 100/10 คือล้นจนดูไปแล้วหัวร้อนไป ไม่รู้จะเอายังไงกันแน่ ซับพล็อตเยอะอีกต่างหาก กำกับเหมือนเมา ๆ แบ่งภาคแบ่งส่วนไม่ถูก ไปตรงนี้มั่งตรงนี้มั่งจนพางงกับเหตุการณ์เข้าไปอีก น้ำหนักอะไรแทบไม่มี แทบจะมีแต่น้ำ กรอกน้ำจนล้นแก้วไปไม่รู้กี่ล้านรอบ หารากฐานไว้ยึดเหนี่ยวได้ไม่เจอเพราะโดนน้ำกัดเซาะไปหมดแล้ว บางประเด็นที่หยิกจากบทมาถ่ายทอดก็เหมือนจะดีนะ ทว่าวิสัยทัศน์นี่ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ฉากบู๊นี่ถ่ายทำอย่ากับงบไม่มีหลายฉาก ปัญหาเฟรมเรตภาพแบบที่พบได้ทั่วไปในหนังจีนก็มา ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตัวร้ายนี่ยิ่งไม่มีอะไรเลย เหมือนเอาเจ่เจ้ “มิลล่า” มาร่ายเสน่ห์สายโหดไปเรื่อย ๆ ส่วนความโหดคือเข้าใจว่าอยากโหดเลือดสาดเห็นเนื้อเห็นหนังเห็นชิ้นเห็นส่วน แต่มันไม่มีความพอดีไปเสียงั้น เห็นไปนาน ๆ เข้าเริ่มกลายเป็นเซ็งกับภาพตรงหน้าแทน ไม่ได้รู้สึกสาแก่ใจหรือสะพรึงอะไรใด ๆ แม้แต่นิด ใช้วัตถุดิบผิดที่ผิดทางไปไกลโขเหลือหลาย ถ้าไม่มีนักแสดงมากฝีมือช่วยไว้นี่ดิ่งกว่านี้แน่นอน 100%
ตัวอย่างภาพยนตร์

