Action

รีวิวหนัง: The Umbrella Academy Season 1

เมื่อโลกใบนี้มีเด็กที่มีพรสวรรค์และพลัง Sir Reginald Hargreeves ได้รับเลี้ยงเด็กทั้ง 6 คน และก่อตั้งทีมซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีชื่อว่า The Umbrella Academy เพื่อปราบปรามอาชญากรรมและเหล่าร้าย… 17 ปีต่อมา Sir Reginald Hargreeves ได้เสียชีวิตลง และทุกคนจึงมารวมตัวกันอีกครั้ง และต้องเผชิญกับศาลจากอนาคตที่ในอีก 8 วันโลกจะถึงการกัลปาวสาน มีเพียงเหล่า The Umbrella Academy ที่สามารถหยุดมหันตภัยครั้งนี้ได้!!!

เรื่องนี้คือ Original Netflix ที่ดีอีกเรื่องเลย เป็นซุปเปอร์ฮีโร่สายดาร์ค ที่เล่าออกมาได้สนุก บ้าบอ และตัวละครที่น่าติดตามเอาใจช่วย เพลงประกอบในเรื่องคือดี ตัวร้ายในเรื่องก็ทำออกมาได้อย่างมีมิติ และตัวละครลิงอย่าง Pogo ที่เป็นตัวละคร CG ทำออกมาได้อย่างเหมือนใช้ได้เลย เรื่องนี้มีปมตัวละครค่อนข้างเยอะนะ แต่ก็เล่าออกมาได้ดีเลย ตอนแรกๆของซีชั่นมันจะหน่วงๆนิดหนึ่งเพราะต้องเล่าปูมหลังของแต่ละคน พอถึงตอนท้ายกลับยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้เชียร์ให้ไปดู NETFLIX ONLY เท่านั้น!!!

Animation, รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: How To Train Your Dragon 3

ปิดไตรภาคอย่างงดงาม แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสัมผัสได้ถึงความ “เพลย์เซฟ” แบบหนังคนแสดงหรือหนังแอนิเมชั่นหลาย ๆ เรื่อง ถึงกระนั้นตัวงานก็ยังตอบโจทย์ได้ดีทางด้านความบันเทิง ความตลกขบขัน และความโรแมนติกเล็ก ๆ ดูง่าย ย่อยง่าย ไม่ต้องหวือหวาอะไรมาก งานภาพเองคือเนรมิตได้สวย รายละเอียดบนใบหน้าตัวละครอย่างขนนี่ชัดมาก ฉากไหนต้องการโชว์สีสันให้ว้าวก็ว้าวจริงจัง สิ่งที่โดดเด่น + น่ารักน่ากอดน่าฟัดที่สุดคือพาร์ตการสานสัมพันธ์ของเจ้า “เขี้ยวกุด” กับ “เพลิงนิลขาว” ซึ่งถ่ายทอดออกมาได้ชวนยิ้มไปกับทั้งคู่ อีกอย่างคือการโฟกัสจุดนี้ช่วยเสริมความสดใหม่ให้ตัวหนังได้เยอะอยู่ทีเดียว เพราะส่วนหนึ่งมันคือจุดพาเราแล่นไปตามพล็อตหลักด้วย ทว่าจุดอื่นนั้นออกไปทางเฉย ๆ เสียมากกว่า ตัวร้ายก็มาสไตล์แบน ๆ จนอยากก่ายหน้าผากเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ใครตามแฟรนไชส์นี้มาอยู่แล้วก็ควรรับชมภาคจบนะครับ เชื่อว่าจะยังคงพาคุณประทับใจเช่นเคย ส่วนใครไม่เคยดูแต่อยากหาอะไรบันเทิง ๆ ที่ย่อยง่าย ๆ เนี่ยส่วนตัวแล้วถือว่าโอเคเลย แต่คงมีปัญหาเรื่องตัวละครเล็กน้อยไปจนถึงมากอยู่

Animation, รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: The LEGO Movie 2

การกลับมาสานต่อเรื่องราวครั้งใหม่ที่คราวนี้โดดเด่นด้วยความสร้างสรรค์ทางงานภาพกับการเนรมิตตัวละครพร้อมสถานการณ์เป็นหลักมากกว่าเนื้อหาซึ่งว่ากันตามตรงแล้วสัมผัสได้ถึงความเบาบางกว่าเดิมชัดเจนแม้จะเล่นท่ายากให้อะไร ๆ ซับซ้อนขึ้นก็ตาม มิติตัวละครค่อนข้างตื้นเขิน ตัวละครเก่า ๆ ยังพอเข้าใจ แต่สำหรับตัวใหม่ ๆ แล้วนั้นไม่ค่อยมีน้ำมีเนื้อเสียเท่าไหร่ยกเว้นเอกลักษณ์ต่าง ๆ อันชวนติดตา ผลพวงเลยไม่ได้ตราตรึงนักขณะรับชม แต่ก็ยอมรับว่าความพยายามครีเอตฉากชวนเหวอชวนฮานั้นไม่เสียเปล่า มีอะไรแบบนี้แทบตลอดท้งเรื่องแม้ด้านหลังจะมุกค่อนข้างเฉพาะกลุ่มมากจนขำไม่เต็มปากก็ตามที ใครที่ไม่ค่อยรู้เรื่องป๊อปคัลเจอร์คงมีมึนกับการอ้างอิงนู่นนี่นั่น ทว่าก็ยังดีที่ยังมีมุกสากลอยู่เยอะเหมือนกัน ถ้าถามว่าการรอคอย 5 ปีสำหรับหนังภาคต่อเรื่องนี้ตอบโจทย์ได้เต็มปากเต็มคำไหม คำตอบคือ “ไม่” แต่มันก็ยังตอบโจทย์ความบันเทิงได้ค่อนข้างดีถึงด้านอื่นจะถูกลดทอนไปจนน่าตกใจก็ตามที สำหรับด้านพากย์เสียงนี่หายห่วง แต่ละคนยังท็อปฟอร์มเช่นเคย

Drama

“The Upside” กระแสแรงเกิดคาด รายได้เปิดตัวถล่ม บ๊อกซ์ ออฟฟิศ

พบกับสุดยอดภาพยนตร์ดราม่า คอมเมดี้ ที่ครองใจผู้ชมมาแล้วทั่วยุโรป เรื่อง The Upside (ดิ อัพไซด์) ซึ่งเข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก ยอดรายได้มาแรงแซงโค้ง ขึ้นเป็นแชมป์หนังทำเงินในตารางจัดอันดับบ็อกซ์ ออฟฟิศ ฝั่งอเมริกาเหนือ ด้วยรายได้ 19.6 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 622 ล้านบาท) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนังฟีลกู๊ดที่ทำรายได้เปิดตัวสูงได้อย่างยอดเยี่ยม ผลงานการกำกับของ นีล เบอร์เกอร์ (Divergent, Limitless) นำแสดงโดย ไบรอัน แครนส์ตัน, เควิน ฮาร์ต ร่วมด้วย นักแสดงระดับซุปตาร์ของฮอลลิวูดอย่าง นิโคล คิดแมน

โดย นีล เบอร์เกอร์ กล่าวว่า “ภาพยนตร์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเชื่อมความสัมพันธ์ของคนที่แตกต่างกัน แต่กลับมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน อย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับผมแล้วมันคือหัวใจของหนังเรื่องนี้”

The Upside” (ดิ อัพไซด์) เป็นภาพยนตร์ที่รีเมกจากเรื่อง The Intouchables (ดิ อินทัชเชเบิ้ลส์) ของฝรั่งเศส ออกฉายเมื่อปี 2554 และโด่งดังทำรายได้ถล่มทลายมาแล้ว เรื่องราวของความผูกพันที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริง ระหว่าง ฟิลิป (ไบรอัน) มหาเศรษฐีผู้พิการจากอุบัติเหตุ ทำให้เขาเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัวและใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตอยู่บนรถเข็น จนกระทั่งได้มาเจอกับ เดลล์ (เควิน) อดีตผู้ต้องขัง ตกงาน ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และจู่ๆคนสองคน ที่ต่างกันสุดขั้ว ก็ได้มาร่วมงานกัน เดลล์มาเป็นพยาบาลส่วนตัวฟิลลิปอย่างไม่ตั้งใจ แต่เป็นความเต็มใจของนายจ้างอย่างฟิลลิปที่ต้องการเขามาดูแล ถึงแม้จะถูกคัดค้านจาก ยีวอน (นิโคล คิดแมน) เลขาส่วนตัวของเขาก็ตาม ซึ่งมันเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่มาจากความแตกต่างและก่อให้เกิดความผูกพันอันแน่นแฟ้น

เตรียมพบกับความมหัศจรรย์แห่งมิตรภาพที่แตกต่าง แต่กลับเติมเต็มให้หัวใจพองโต ได้ใน The Upside (ดิ อัพไซด์) 21 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

รีวิวหนัง, Drama

รีวิวหนัง: If Beale Street Could Talk

ผลงานล่าสุดของ “แบร์รี่ เจนกินส์” เจ้าของรางวัลออสการ์จาก “Moonlight” ที่การกลับมาของเขาครั้งนี้ยังคงลายเซ็นความ “อ่อนโยน” ในการถ่ายทอดเรื่องราวอย่างเห็นได้ชัด ทว่าความเฉียบคมนั้นถูกบั่นทอนลงไปเล็กน้อยเช่นกัน ยิ่งช่วงแรก ๆ นี่มีตอนนึงที่แทบไม่ต่างอะไรกับฉากบางฉากในละครของช่องหลากสี และมันดูหลุดที่หลุดทางไปหมด พอพ้นฉากนั้นคือลื่นละ สายสัมพันธ์ของพระ-นางนี่น่ารักหอมหวานไม่ต่างกับน้ำผึ้ง และการแสดงคืออย่างปังในขณะที่ไม่เล่นท่ายากเยอะ ทั้งเรื่องมาในทิศทางปลอบโยนคนดูแม้สถานการณ์จะสาหัสขนาดไหนก็ตาม อีกทั้งยังสามารถคง “ธีม” ไว้ได้ด้วยวิสัยทัศน์แบบนี้ ส่วนด้านงานภาพนี่จริง ๆ ก็ยังสวยแหละ แต่มันไม่ได้แฝงอะไรเด่น ๆ ไว้ได้อย่าง “Moonlight” แล้ว เชิงสัญลักษณ์อะไรคือจะเรียกว่าแทบหายแว่บไปเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม เฮียแกยังเก่งด้านตัวละครตามเดิมแหละ ส่วนการหาทางออกอะไรต่าง ๆ กับสถานการณ์นี่รู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะหลวม ๆ ลงไปอยู่หน่อย กระนั้นผมก็ยังแนะนำให้ได้ชมกันครับ

Action, รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: Alita: Battle Angel ในระบบ IMAX 3D

กำเนิดใหม่ของโลกอนาคตอันชวนตื่นตาด้วยวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์สมราคาทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญพร้อมการตรึงคนดูด้วยตัวละคร “อลิตา” ที่ยอมรับเลยว่าตอนออกมาแค่ฉากแรกก็รู้สึกหลงรักแล้ว แต่ยังบอบช้ำไปพอตัวทั้งในด้านพัฒนาการ + มิติตัวละคร โลกของภาพยนตร์ และความเร่งรีบในการดำเนินเรื่องซึ่งพอติดเครื่องปุ๊บ ตัวหนังก็ไปไวจนเนื้อหากับตัวละครที่ทำไว้อย่างดีในครึ่งแรกหายไปแทบหมดแล้วแทนที่ด้วยฉากแอคชั่นเดือด ๆ แทน ผลพวงจึงกลายเป็นงานเอนเตอร์เทนแบบไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่เสียมากกว่า เสียดายช่วงปูเรื่องซึ่งจริง ๆ ก็พาอินไปแบบหอมปากหอมคอแล้ว พอเปลี่ยนโหมดปรับความเร็วแล้วตัวละครหลาย ๆ ตัวนี่แทบไร้ตัวตนในสายตาไปในทันที แถมมีเยอะอีกต่างหาก วิสัยทัศน์เล่าเรื่องบางช่วงเองก็ยังมีล้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน “ความรัก” ที่หวานผิดยุคผิดสมัยไปซะไกลจนรู้สึกว่าล้น ๆ ในหลาย ๆ ช่วง อย่างไรก็ดี มันก็ตอบโจทย์ทางความบันเทิงในระดับที่แทบไม่บันยะบันยัง ฉาก “มอเตอร์บอล” คือสุดของแท้ แทบไม่ต่างอะไรกับนั่งดูหนังรสซิ่งไล่ล่ากันแบบเอาให้ตายไปข้าง

สำหรับการรับชมในระบบ IMAX 3D นี่เสริมอรรถรสได้ดีทีเดียวเลยครับทั้งเรื่องภาพที่มีสัดส่วนขยาย ฉากเน้นวิวกับฉากบู๊นี่ดีงามด้วยการถ่ายทำ ภาพ 3D ที่มีมิติตื้น-ลึกชัดเจนพร้อมทะลุได้น่าพอใจ ช็อตเน้นโชว์ 3D นี่ทำออกมาสวยมาก เสียงเองก็แรงจนพื้นสะเทือนเป็นช่วง ๆ เรียกได้ว่าคุ้มค่าและใช้ระบบ IMAX 3D ได้อย่างมีประสิทธิภาพระดับเกือบสุดทุกด้าน

รีวิวหนัง, Comedy

รีวิวหนัง: The Upside

เรื่องราวของ Phillip มหาเศรษฐีผู้พิการจากอุบัติเหตุ ทำให้เขาเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัวและใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตอยู่บนรถเข็น จนกระทั่งได้มาเจอกับ Dell ซึ่งเคยติดคุกมาก่อนตกงานแยกกันอยู่กับลูก อยากการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และจู่ๆคนสองคน ที่ต่างกันสุดขั้ว ก็ได้มาร่วมงานกัน Dell มาเป็นคนผดุงชีพ ส่วนตัวของ Phillip อย่างไม่ตั้งใจ แต่เป็นความเต็มใจของนายจ้างอย่าง Phillip ที่ต้องการเขามาดูแล ความไม่เต็มใจหลายๆอย่าง ก่อให้เกิดมิตรภาพที่ทั้งฮา อบอุ่น พิสูจน์ความฮาและอบอุ่นของ The Upside ได้ในโรงภาพยนตร์

รีวิวหนัง: The Upside

Kevin Hart ที่รับบทเป็น Dell คือดีงาม คือเรารู้สึกตลกและสงสารกับตัวละคร Dell และความสัมพันธ์ของ Dell และ Phillip ทำให้นึกถึงเรื่อง Green Book อยู่เหมือนกัน แต่เรื่องนี้ก็นำเสนอมาได้แตกต่างและ เข้าถึงได้ง่าย เราจะได้รับความตลกเฮฮาตามสไตล์ Kevin Hart ความอบอุ่น ความเศร้า ทุกอย่างหล่อหลอมออกมาได้อย่างกลทกล่อม ไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเลย ซื้อความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเลย เรื่องนี้รักเลยยยย

รีวิวหนัง, Horror

รีวิวหนัง: The Prodigy

หนังสยองระทึกขวัญ ซึ่งก็ไม่ได้มีพลอตที่ใหม่อะไรนักหรอก แต่ถือว่างานบท ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้

จริงๆ แล้ว เหล่าตัวละครก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรที่ดูน่าหงุดหงิด หนังวางเหตุวางผลไว้ประมาณหนึ่งที่พอจะยอมรับกันได้ และตัวละครเด็กนรกตัวเด่น ก็เล่นเก่งดี (แม้ยังไม่สาแก่ใจเท่า เด็กหญิงจิตป่วนใน “Orphan”)

แต่ที่รู้สึกตะหงิดๆตลอด คือ คนเล่าหนัง(ผู้กำกับ) เล่าได้เรียบๆเรื่อยๆ และไม่สามารถทำให้หลายๆจุดที่สำคัญในหนัง มีความหมายต่อช่วงท้ายเรื่องได้

น่าเสียดายเสียจริงๆ เพราะผลพวงเหล่านี้มันกระทบกับการเลือกจบของหนังอย่างจังๆ
กลายเป็นหนังที่ทั้งไม่ใหม่ และไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ หากเทียบกับหนังเด็กนรกอีกหลายๆเรื่อง

แต่ถ้าใครเป็นคอหนังทริลเลอร์ สยองขวัญ ก็อาจจะชอบ เพราะบรรยากาศในหนังก็สร้างความหวาดระแวงสำหรับคนขวัญอ่อน

รีวิวหนัง: The Prodigy

Movie Reviews รีวิวหนัง Moviemo
รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: Escape Room

ได้ดิบได้ดีในความครีเอตแต่ละห้องออกมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทว่าดันเร่งเครื่องจนด้านตัวละครคว้าน้ำเหลวไปเสียหมดแม้แต่ตัวเอกเองก็เถอะ สกรีนไทม์เยอะกว่าคนอื่นเขาก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอะไรให้เข้าถึงนัก งานนี้เลยได้ความบันเทิงลุ้นระทึกกับปริศนาแบกเอาไว้แทบตลอด แล้วมาดิ่งอีกทีในช่วงท้ายที่แผ่วลงไปชัดเจน เหมือนมันจะพีคก็ไม่พีค อย่างไรก็ดี ทั้งหมดทั้งมวลมันก็แทบจะมองข้ามไปได้หากพิจารณาความระทึกขวัญที่ผู้กำกับเนรมิตมาให้ในแต่ละซีนแล้วแม้พวกรายละเอียดต่าง ๆ อันจำเป็นต่อมิติอื่น ๆ จะไม่ค่อยมีนักก็เถอะ อารมณ์รวม ๆ มันก็คือหนังผ่านด่านไปเรื่อย ๆ ที่ถือว่ารู้งานตัวเองอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ใครหาอะไรตื่นเต้น ๆ ชวนลุ้นระดับกลางไปจนถึงจิกเบาะก็ตีตั๋วดู Escape Room ได้เลย ได้อรรถรสแน่นอนไม่เสียของสำหรับด้านนี้ เพียงแค่อย่าคาดหวังความลึกของเนื้อหากับเหตุผลอะไรบางประการก็พอ

รีวิวหนัง

รีวิวหนัง: Friend Zone ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน:

ช่วงแรกอาจจะหลวม ๆ ไปสักนิดจนจูนไม่ค่อยติดด้วยเหมือนยังหาทิศทางตัวเองไม่เจอจนหลุดที่หลุดทางไปเสียหน่อย พอเข้าองก์ 2 นี่อัพระดับตัวเองไปเรียบร้อยกับความขำขันที่ลงรอยขึ้น พาร์ตจี๊ด ๆ ที่ถ่ายทอดได้ดีขึ้น 2 นักแสดงนำนี่สุดจริงทั้งคู่ แบกเก่ง แอ็คติ้งเยี่ยม มีจุดนึงที่ถึงขั้นอยากปรบมือให้ “ใบเฟิร์น” คืออินเนอร์นางสุดมากแบบสัมผัสได้ของแท้ กระนั้นเรื่องราว “โซนเพื่อน” ในนี้ก็ไม่ต่างกับดาบ 2 คมที่บางทีก็รู้สึกทะแม่ง ๆ ไปกับสถานการณ์ เข้าใจถึงความจงใจเกินจริงเพราะด้วยด้านคอเมดี้แหละ แต่พอมันตกผลึกแล้วหรือแม้แต่ในขณะรับชมก็ยังมีอะไรเหวอ ๆ ซึ่งมันไม่ลงรอยกับหลักของโลกแห่งความเป็นจริงจนแบบว่า “แบบนี้ก็ได้รึ” เป็นบางครั้ง หรือจะบอกว่าหลายครั้งก็ได้อยู่ ทว่ามันไม่ได้พาหงิดใจอะไรเบอร์นั้นหรอก อย่างไรเสียนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเนรมิตโลกแปลก ๆ ขึ้นมาใหม่ที่มันชวนบันเทิง + ซึ้งไปกับสถานการณ์ของเพื่อนอันประดุจคู่ชีวิตผู้แทบต้องตัวติดกันอยู่ตลอดเวลา ถึงท้ายที่สุดจะไม่ได้อินแรงกับหนัง แต่ยังยอมรับถึงความแม่นยำในการกำกับนักแสดงซึ่งเป็นจุดชูโรงที่ไปสุดจริง ๆ ใครหาอะไรบันเทิง ๆ ฉบับน่ารักน่าจะตกหลุมรักกับเรื่องนี้ได้ไม่ยาก